เตือนอย่าลงทุนหุ้น BIG ชี้ราคาพุ่งรุนแรง

 เตือนอย่าลงทุนหุ้น BIG ชี้ราคาพุ่งรุนแรง

เตือนอย่าลงทุนหุ้น BIG ชี้ราคาพุ่งรุนแรง

หุ้น บมจ.บิ๊ก ติดอยู่เมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG) ผู้ประกอบการขายปลีกอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพและก็โทรศัพท์มือถือ ซึ่งลงบัญชีอยู่ในตลาดค้าหุ้นที่เมืองไทย จัดอยู่ในกรุ๊ปบริการ/การซื้อขาย เป็นหุ้นอีกตัวหนึ่งที่อยู่ในหน้าจอเรดาร์โดนจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีการเคลื่อนที่หวือหวาจนถึง ตลท. จำต้องจับเข้ามาตรการกำกับการค้าขายถึง 4 ครั้ง รวมเป็นระยะเวลานานมากกว่า 2 เดือน

โดยในรอบแรกความร้อนแรงของหุ้น BIG เกิดขึ้นช่วงเวลากลางเดือนต.ค.ที่ราคาเริ่มขยับจากรอบๆ 0.60-0.66 บาท ขึ้นมายืนเหนือ 0.85 บาท ท่ามกลางราคา (วอลุ่ม) การค้าขายที่หนาแน่นขึ้นมามากยิ่งกว่า 700 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับตอนธรรมดาที่มีการค้าขายกันในหลักล้านบาทต่อวัน ถึงแม้ว่าบางวันค่าการค้าขายจะกระโจนขึ้นมาบ้าง แต่ว่าก็ยังอยู่ในหลักสิบล้านบาทต่อวันเพียงแค่นั้น

ด้วยความหวือหวาของราคาหุ้น BIG ดังที่กล่าวถึงมาแล้ว นำมาซึ่งการทำให้ ตลท. จะต้องตกลงใจสกัดได้ความรุนแรง โดยการประกาศให้หุ้นตัวนี้ไปสู่มาตรการกำกับการจำหน่ายระดับ 1เป็นสมาชิกจะต้องปฏิบัติงานให้ลูกค้าซื้อหลักทรัพย์ด้วยบัญชี Cash Balance แค่นั้น พอๆกับว่าลูกค้าจะต้องชำระเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มปริมาณก่อนซื้อหลักทรัพย์ ส่งผลเมื่อวันที่ 14 ต.ค. – 2 พ.ย. 2564

 

ดังนี้ เมื่อถึงกำหนดเวลากลับต้องมาพบว่า ผลของมาตรการในรอบนี้ไม่อาจจะหยุดความร้อนแรงของหุ้น BIG ได้ ด้วยเหตุว่ายังคงมีแรงซื้อดันราคาหุ้นให้ไต่ระดับขึ้นไปยืนเหนือ 0.85 บาท รวมทั้งยังสามารถทำสถิติสร้างจุดสุดยอดครั้งใหม่ทะลุ 1 บาทขึ้นไป ท่ามกลางวอลุ่มค้าขายที่หนาแน่นล้นล้นอยู่ในหลักหลายร้อยล้านบาท ก็เลยเป็นต้นเหตุให้ ตลท. ตกลงใจขยายช่วงเวลาใช้มาตรการกำกับการค้าขายหุ้นตัวนี้ในระดับที่ 1 ออกไปเป็นครั้งที่ 2 ส่งผลระหว่างวันที่ 3-23 พ.ย. 2564

หากแม้หุ้น BIG จะโดนจับใส่กรงเป็นครั้งที่ 2 และก็ตาม แต่ว่าราคาหุ้นก็ยังหวือหวา เดินหน้าพุ่งทะลุ 1 บาทขึ้นไป โดยมีวอลุ่มจำหน่ายหนาแน่นขึ้นมามากยิ่งกว่า 500 ล้านบาท

สะท้อนว่าผลการขยายช่วงเวลากำกับการค้าขายในรอบนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะดับความร้อนแรงของหุ้นตัวนี้ลงได้ ส่งผลให้ ตลท. จำเป็นต้องตกลงใจขยายช่วงเวลาใช้มาตรการกำกับการจำหน่ายระดับที่ 1 ออกไปอีกเป็นครั้งที่ 3 ส่งผลระหว่างวันที่ 24 พ.ย. – 14 เดือนธันวาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา  เตือนอย่าลงทุนหุ้น BIG ชี้ราคาพุ่งรุนแรง 

 

แม้กระนั้น พบว่าในตอนธ.ค. หากว่าราคาหุ้น BIG จะอ่อนตัวลงบ้างในบางวันทำการ แต่ว่ายังคงยืนได้ในระดับ 0.90-1.11 บาท แล้วก็มีวอลุ่มซื้อขายแลกเปลี่ยนกระจัดกระจายตั้งแต่หลักสิบล้านบาทขึ้นไปจนกระทั่งแทบ 200 ล้านบาท ซึ่งระบุว่าการจำหน่ายหุ้นตัวนี้ยังไม่ดีเหมือนปกติอยู่

ตอนที่ในรอบอาทิตย์ก่อนหน้านี้ (13-17 ธ.ค.) หุ้นตัวนี้ก็ยังมีวอลุ่มการค้าขายล้นล้นเข้ามาสูงถึงแทบ 800 ล้านบาท ดันราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสุดยอดของอาทิตย์ที่ 1.22 บาท โน่นพอๆกับว่าราคาหุ้น BIG ปรับนิสัยสูงมากขึ้นไปๆมาๆกกว่า 100% ภายในช่วงเวลาไม่ถึง 3 เดือน เวลาที่บริษัทการันตีว่ามิได้มีความเจริญหรือความเคลื่อนไหวใดๆก็ตามที่มีความนัยสำคัญเข้ามาเป็นต้นสายปลายเหตุเกื้อหนุนตีราคาให้หุ้นขยับเขยื้อนหวือหวารุนแรง

ทำให้ ตลท. จำต้องแงะมาตรการกำกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เข้มข้นขึ้นสู่ระดับ 2 ห้ามคำนวณวงเงินจำหน่าย แปลว่าห้ามสมาชิกใช้หลักทรัพย์เป็นประกันสำหรับเพื่อการคำนวณเป็นวงเงินซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในทุกจำพวกบัญชี แล้วก็ยังจะต้องซื้อหุ้นตัวนี้ด้วยบัญชีเงินสดอาทิเช่นเดิม ส่งผลเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2564 – 5 เดือนมกราคม 2565 เพื่อสกัดความร้อนแรงของหุ้นตัวนี้ไว้เป็นครั้งที่ 4

 

ช่วงเวลาที่ราคาหุ้น BIG ในรอบอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา (20-24 ธ.ค.) ยังคงเร่าร้อน โดยเคลื่อนในระดับ 0.97-1.01 บาท แต่ว่าวอลุ่มการค้าขายเริ่มเบาบางลง จนถึงวันนี้ (28 เดือนธันวาคม) หุ้น BIG เริ่มมีแรงขายทำเงินออกมาบ้างในช่วงท้ายก่อนปิดตลาด นำมาซึ่งการทำให้ราคาหุ้นปิดที่ 0.95 บาท ต่ำลง 5% ราคาการค้าขายเริ่มบางเบาเหลือแค่ 25 ล้านบาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่งกล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในตอนช่วงเวลาที่ราคาหุ้นปรับนิสัยสูงมากขึ้นและก็อยู่ระหว่างถูกกำกับการค้าขายที่เคร่งครัดนั้น บริษัทรับรองว่า ไม่มีวิวัฒนาการสำคัญอะไรก็ตามที่จะส่งผลต่อราคาหุ้น ตอนที่ผลที่ได้รับจากการดำเนินงานของบริษัทยังคงขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“จากที่มองข่าวสารก็ไม่มีอะไร หุ้นตัวนี้ไร้ค่า P/E จัดว่าไม่มีปัจจัยเบื้องต้น นักวิเคราะห์ไม่พินิจพิจารณากัน แม้กระนั้นถ้าเกิดมองจากผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานงวด 9 เดือนปีนี้ บริษัทนี้ขาดทุนเยอะขึ้นเรื่อยๆ หากเทียบกับตอนเดียวกันของปีกลาย หุ้นที่ปราศจากความกระจ่างรูปแบบนี้จัดว่ามีการเสี่ยง ก็ไม่สมควรเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย”

 

สำหรับผลของการดำเงินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ BIG ขาดทุนสุทธิ 108.75 ล้านบาท มีรายได้ 1,288.66 ล้านบาท มากขึ้นจากงวดเดียวกันปีกลายที่ขาดทุน 39.05 ล้านบาท มีรายได้ 1,711.25 ล้านบาท

ในเวลาที่ผลที่ได้รับจากการดำเนินงานย้อนไป 3 ปีให้หลัง บริษัทมีกำไรทั้งสิ้นในปี 2561 ที่ 686.62 ล้านบาท มีรายได้ 5,786.01 ล้านบาท

ส่วนปี 2562 มีกำไรทั้งสิ้น 260.37 ล้านบาท มีรายได้ 4,560.11 แล้วก็มีผลกำไร 27.36 ล้านบาท มีรายได้ 2,535.65 ล้านบาทในปี 2563

ด้าน ศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสข้างพินิจพิจารณาหลักทรัพย์ บล.อาร์ เอช บี (เมืองไทย) บอกว่า ราคาหุ้นตัวนี้เริ่มถอยลงแล้ว จากที่เคยมีแรงเก็งกำไรไล่ราคาขึ้นไปมากถึง 1.22 บาท โดยประเมินว่าราคาคงจะกลับมายืนที่ 0.60-0.80 บาท ซึ่งเป็นฐานเดิมของหุ้นตัวนี้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : THE STANDARD WEALTH

สมัคร Exness

โบรกเกอร์ Exness

bestbroker168

Website : www.bestbroker168.com
Facebook.com: bestbroker168
Instagram.com: bestbroker168
Line ID : @bestbroker168

ใส่ความเห็น