จับตา FED ทำ QT เร็ว ๆ นี้ ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณเพิ่มเติมออกมายืนยันแล้ว

จับตา FED ทำ QT เร็ว ๆ นี้ ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณเพิ่มเติมออกมายืนยันแล้ว

จับตา FED ทำ QT เร็ว ๆ นี้ ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณเพิ่มเติมออกมายืนยันแล้ว : ว่า FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี และมีแนวโน้มสูงที่การลดขนาดงบดุล (หรือ QT) จะตามมาภายในไม่นานหลังจากนั้น !
.
ยังคงมีอัปเดตใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนก็ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดที่สุดเลยทีเดียว ! สำหรับความเคลื่อนไหวของ #FED ภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กำลังเดิมพันว่า FED จะต้องขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกภายในเดือนมีนาคมนี้ และจะต้องทำ #QT ตามมาภายในไม่ช้าหลังจากนั้น !
.
โดยทาง FED จะมีประชุมครั้งสำคัญกันอีกในวันที่ 25-26 นี้และจะมีการอัปเดตมุมมองทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายทางการเงินในวันที่ 27 มกราคม ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก
.
ตลาดกำลังหาเบาะแสเพิ่มเติมว่า FED มีโอกาสจะปรับขึ้น #อัตราดอกเบี้ย ครั้งแรก 0.5% เลยหรือไม่ ? เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ตอนนี้คาดการณ์ทั่วไปคือ FED จะต้องปรับขึ้น #ดอกเบี้ย 3-4 ครั้งภายในปีนี้ (0.75-1%) และจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 8 ครั้งจนถึงปี 2024 (ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ณ สิ้นปี 2024 ดอกเบี้ยมาตรฐานจะอยู่ที่ 2.25%)
.
Diane Swonk หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Grant Thornton LLP ได้แสดความคิดเห็นเอาไว้ว่า
.
“ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนจากท่าทีที่อดทนไปสู่ภาวะตื่นตระหนกเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่กำลังสูงเป็นประวัติการณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่ FED ไล่ตามหลังอยู่ ซึ่งแตกต่างจากการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับ #อัตราเงินเฟ้อ ในช่วงทศวรรษที่ 1980 ความเสี่ยงคือพวกเขาทำเกินกำลังและใจร้อนมากเกินไปในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ รวมถึงการเหยียบเบรกทางนโยบายการเงินอย่างรุนแรงเกินไป”
.
(The Federal Reserve has moved from being patient to panicking on inflation in a record period of time, This is the first time that the Fed has chased instead of pre-empted inflation since the 1980s. The risk is that they overshoot and get overzealous on the fight against inflation — and hit the brakes too hard on monetary policy.)
.
สำหรับตอนนี้ มันชัดเจนอย่างปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า #เงินเฟ้อ นั้นอยู่เหนือคาดการณ์และอาจรุนแรงกว่าที่ FED เคยบอก ซึ่งบีบบังคับให้คณะกรรมการ FOMC ต้องตัดสินเร่งการทำ #QE #Tapering เร็วขึ้น 2 เท่าจากเดิม และที่นักลงทุนควรจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการ QT ของ FED
.
แน่นอนว่าในวันที่ 27 นี้ เราจะได้รับรายละเอียดเพิ่มเติม ว่าเมื่อใดที่ FED จะดำเนินการขึ้นดอกเบี้ยและทำ QT เพื่อลดขนาดของ Balance Sheet ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่า FED จะใช้โอกาสแถลงการณ์ในวันที่ 27 เพื่อยืนยันถึงการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน #มีนาคม นี้หรือไม่ก็เร็ว ๆ นี้ (กล่าวคือ อาจมีความยืดหยุ่นทางด้านของเวลาในการขึ้นดอกเบี้ย ระหว่างก่อนและหลังเดือนมีนาคม)
.
ทางฝั่ง Bloomberg ล่าสุดได้เปิดเผยถึงคาดการณ์ว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 5 ครั้งภายในปีนี้ โดย Anna Wong หัวหน้าเศรษฐศาสตร์ฝ่ายประเทศ #สหรัฐฯ ให้ความเห็นเอาไว้ว่า
.
“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนั้นเกือบจะ 100% ในมุมมองของเรา และจะเป็นขั้นตอนแรกในหลายขั้นตอนของการคุมเข้มนโยบายในปีนี้ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังต่อสู้เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และภายในกลางปีนี้ ​​เราคาดว่า #FOMC จะตระหนักดีว่าพวกเขายังคงต้องดำเนิการมากขึ้นเพื่อคว้าโอกาสที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมาย(เงินเฟ้อเฉลี่ย)ที่ 2% ในท้ายที่สุด ซึ่งเป็นผลให้คณะกรรมการมีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ย 5 ครั้งในปีนี้ (ครั้งละ 0.25%)”
.
(A March rate hike is almost a done deal in our view, and will be the first of many tightening steps this year as the Federal Reserve fights to control inflation. By mid-year, we expect the FOMC will recognize that they still will need to do more to give the best chance of ultimately achieving their 2% target. As a result, the committee will likely hike five times this year (all 25 basis points).)
.
นอกจากนี้ Joel Naroff ประธานบริษัท Naroff Economics ได้ไห้ความเห็นเอาไว้ว่า
.
“FED และประธาน Powell ได้สูญเสียความน่าเชื่อถือไปอย่างมากจากการอธิบายว่าอัตราเงินเฟ้อเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว และน่าจะพยายามแสดงให้เห็นว่า(ตอนนี้)เงินเฟ้อคือปัญหาหลักโดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.5% เมื่อมีการปรับขึ้นครั้งแรก ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้
.
(The Fed and Chair Powell lost a lot of credibility by describing inflation as transitory and will likely try to show that inflation is the primary concern by raising rates at least 50 basis points when the first hike occurs, which most likely will be in March.)
.
แม้จะมีการระบาดของ #โอไมครอน (#Omicron) เกิดขึ้น แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า FED จะเลือกมองข้ามความเสี่ยงเรื่องนี้ไป และยืนยันว่าสภาพ #เศรษฐกิจ รวมถึง #ตลาดแรงงาน ของสหรัฐฯ นั้นใกล้ฟื้นตัวเต็มที่แล้ว ซึ่งถือเป็นข้อบ่งชี้ว่า FED กำลังมองไปที่การกระชับนโยบายเป็นหลักแล้ว
.
การทำ QT ของ FED
.
ตอนนี้ตลาดมองว่า Balance Sheet ของ FED จะถูกลดขนาดลงเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2024 ซึ่งจะลดลงไปประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ จาก 8.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022 ไปสิ้นสุดที่ 6.8 ล้านล้าน #ดอลลาร์ ในปี 2024
.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนถึงกรอบเวลาที่แน่นอนในการทำ QT แต่ถึงกระนั้นก็พอบอกคร่าว ๆ ได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นหลังจากการขึ้นดอกเบี้ยไม่นานนัก โดยทั้งนี้ก็จะมีเรื่องความเร็วในการทำ QT อีก ว่าจะถอนสภาพคล่องออกไปจากระบบด้วยอัตรามากน้อยแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในตลาดการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ปัจจุบันมีนักเศรษฐศาสตร์ประมาณ 29% (จากการสำรวจโดย #Bloomberg) ที่มองว่า FED จะเริ่มทำ QT ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนนี้ ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ 40% มองว่าอยู่ในช่วงเดือนกรกฏาคม-กันยายน
.
และสำหรับอัตราเร็วในการทำ QT นั้น เสียงส่วนใหญ่มองว่าน่าจะอยู่ที่ 4-6 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ซึ่งอย่างน้อยที่สุดน่าจะทำให้ Balance Sheet ของ FED ลดลงเหลือ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ในสิ้นปีนี้ ส่วนสิ้นปี 2023 น่าจะอยู่ที่ 7.6 ล้านล้านดอลลาร์ และสิ้นปี 2024 น่าจะอยู่ที่ 7.6 ล้านล้านดอลลาร์
.
สิ่งที่สำคัญคือมีนักเศรษฐศาสตร์ถึง 75% ที่มองว่า FED จะใช้การทำ QT ในลักษณะที่ “ไม่ต่ออายุพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอน” มากกว่าจะทำการ “เทขาย #พันธบัตร ที่ยังไม่ครบกำหนดชำระ” ออกไปโดยตรง
.
คาดการณ์ส่วนใหญ่ยังมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่ลงมาที่เป้าหมาย 2% ของ FED ในระยะสั้นนี้อย่างแน่นอน และมีเพียง 34% ที่มองว่าอัตราเงินเฟ้อจะลงมาได้ถึง 2.5% หรือต่ำกว่าภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
.
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กล่าวว่าปัญหาทางด้าน Suuply Chain ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และความต้องการของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งจากการอัดฉีดเงิน ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อทั่วโลกในขณะนี้
.
นอกจากนี้ ประมาณ 1 ใน 3 ของนักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าสถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มจะทำให้ FED ปรับเปลี่ยนมุมมองและนิยามของคำว่า “การจ้างงานเต็มที่” แต่ขณะเดียวกัน เสียงส่วนใหญ่ 2 ใน 3 มองว่านโยบายทางด้านตลาดแรงงานของ FED จะไม่เปลี่ยนแปลงไป
.
และล่าสุดมีอัปเดตคาดการณ์จากขุนคลังอย่าง Janet Yellen ออกมาแล้วด้วย โดยเธอมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงมาเป็นเกือบ 2% ภายในสิ้นปีนี้ ! แต่นั่นเป็นมุมมองที่ตลาดส่วนใหญ่มองข้าม (ไม่เชื่อ) ไปแล้ว ดังนั้นคำพูดของ #Yellen ในครั้งนี้จึงไม่มีอิทธิพลต่อนักลงทุนมากนัก
.
โดยสรุปก็คือ FED น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนี้เกือบ 100% แล้ว แต่สำหรับการทำ QT นั้น แม้ตลาดคาดว่าจะเริ่มในปีนี้ แต่ก็ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนพอจะสรุปได้
.
ถึงกระนั้น ตลาดสินทรัพย์ต่าง ๆ เริ่มตอบสนองต่อเรื่องนี้ไปล่วงหน้าโดยไม่รอคำเฉลยจาก FED แล้ว ดังนั้นนักลงทุนควรจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว
ตลาดกำลังคาดการณ์ดอกเบี้ยที่ 2.25% ภายในปี 2024 !!

จับตา FED ทำ QT เร็ว ๆ นี้ ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณเพิ่มเติมออกมายืนยันแล้ว

สมัคร Exness

โบรกเกอร์ Exness

bestbroker168

Website : www.bestbroker168.com
Facebook.com: bestbroker168
Instagram.com: bestbroker168
Line ID : @bestbroker168

ใส่ความเห็น