exness globalgt

Fobes ชี้ ! “Crypto ไม่ได้สร้างวิกฤตนี้ แต่เป็นนโยบายสหรัฐฯต่างหากที่เป็นคนทำ”

Fobes ชี้ ! "Crypto ไม่ได้สร้างวิกฤตนี้ แต่เป็นนโยบายสหรัฐฯต่างหากที่เป็นคนทำ"

Fobes ชี้ ! “Crypto ไม่ได้สร้างวิกฤตนี้ แต่เป็นนโยบายสหรัฐฯต่างหากที่เป็นคนทำ” : หลังจาก ประธานาธิบดี Biden กล่าวว่าพวกเขาจะค้นหาและรับผิดชอบผู้ที่รับผิดชอบต่อการล่มสลายของ Silicon Valley Bank Crypto กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยอันดับต้น ๆ ของหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่มีเอี่ยวทำให้ธนาคารทั้งสามแห่งล่มสลายลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากธนาคาร 2 ใน 3 มีความเกี่ยวข้องกับ Crypto โดย Silvergate Bank ขึ้นชื่อว่าเป็นธนาคารที่เป็นมิตรกับ Crypto ที่สุด ส่วน Signature Bank ได้มีการลงทุนใน Crypto ไปไม่นานก่อนล่มสลาย ในขณะที่ Silicon Valley Bank (SVB) ให้บริษัทและสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ กู้ยืมเงิน

SVB หรือ Silicon Valley Bank เป็นธนาคารระดับท้องถิ่นขนาดกลาง มีจุดมุ่งเน้นที่บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี อยู่แถวบ้านผมที่แหละ เปิดทำธุรกิจในปี 1983 เมื่อปีที่แล้วธนาคารนี้ดำเนินธุรกิจกับ 44% ของสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและการแพทย์ของสหรัฐที่เข้าตลาดหุ้นสำเร็จ (went public)

สิ่งที่เกิดขึ้นที่ SVB คือ classic bank run เริ่มไหม้โดยการบริหารจัดการที่ผิดพลาด การตัดสินใจที่ไม่ดีของธนาคารเอง การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และลูกค้าที่ตื่นตระหนก

1 การที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยทำให้ธนาคารทุกแห่งต้องจ่ายดอกในอัตราที่สูงกว่าก่อนมากสำหรับเงินฝาก ปัญหาที่แท้จริงสำหรับธนาคารทุกแห่ง – ไม่ใช่เฉพาะธนาคารนี้ – ไม่ใช่เพราะดอกเบี้ยขึ้นสูงอย่างเดียว แต่เพราะขึ้นเร็วปรูดๆ ภายในปีเดียว Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 0.25% เป็น 4.75% ดังนั้นธนาคารจึงต้องจ่ายเงินมากขึ้นในการกู้ยืม แต่ไม่สามารถเพิ่มผลตอบแทนจากสินทรัพย์ของตนได้อย่างรวดเร็วเท่า

หากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ผู้ฝากอาจไม่ใส่ใจ ทิ้งเงินไว้ในบัญชีที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ธนาคารทั้งหลายจะแฮปปี้ เพราะยังมีเวลาในการแทนที่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำด้วยสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

2 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มเพิ่มขึ้นไม่นาน ผู้บริหารธนาคารนี้ดูจะมึนๆ ควักกระเป๋าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุยาวนานและ corporate bonds ราคายอดดอยมูลค่า $128B (B นะครับ ไม่ใช่ M) หรือ 51% ของสินทรัพย์ท้ังหมดของธนาคาร ราวกับไม่รู้ว่าดอกกำลังจะขึ้น ระดับแมงหวี่อย่างผมยังรู้ และขยับตัวทัน…พอ Fed ขึ้นดอก โลกก็เปลี่ยน ดอกเบี้ยขึ้น ราคา bonds ทั้งหลายก็ตก ตรงนี้ตายตัว ทำไงล่ะทีนี้ จะขายก็ขาดทุน…โครงสร้างเงินทุน (capital structure) ของธนาคารนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ทำให้มีความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าธนาคารอื่น

3 เงินกู้ใหม่จากสตาร์ทอัพส่วนใหญ่แห้งเหือดไป เพราะเงินไม่ได้เกือบจะเป็นของฟรีแล้วหนิ เงินที่ให้กู้ก่อนดอกเบี้ยปรับขึ้นนั้นค่อนข้างเล็กสำหรับ SVB ($66B) และอยู่ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า…รายได้เก่าต่ำ รายได้ใหม่ไม่เข้า ดังนั้นรายได้สุทธิของธนาคารจึงลดลง

4 ผู้ฝากเงินจำนวนมากของ SVB ส่วนใหญ่เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ, Venture Capitalist, หรือกองทุนการเงิน ไม่ใช่บุคคล พวกนี้ไวกว่าบุคคล หูตาสัปปะรด เกิดอะไรขึ้น ถอนเงินออกในชั่วพริบตา

5 SVB อาจจัดการความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยได้ดีขึ้นหากส่วนหนึ่งของกฏหมายกำกับการเงิน Dodd-Frank ซึ่งประกาศใช้หลังวิกฤตการณ์ปี 2551 ไม่ถูกยกเลิกในสมัยทรัมป์ (คณะนี้ไม่ชอบกฏเกณฑ์ใดๆ รถไฟตกรางที่ Ohio ก็เพราะการยกเลิกกฏข้อบังคับเพื่อป้องกันอุบัติเหตุโดยนายทรัมป์เช่นเดียวกัน)

Greg Becker ซีอีโอของ SVB สนับสนุนการยกเลิกกฏข้อบังคับนี้ ซึ่งลดความถี่ที่ธนาคารที่มีสินทรัพย์ระหว่าง $100B ถึง $250B ต้องผ่าน stress test โดย Fed เป็นผู้ทดสอบ

6 เมื่อความเสี่ยงด้านสภาพคล่องมีมากขึ้น (liquidity risk) ผู้บริหารธนาคารก็จำใจต้องดำเนินการที่ไม่อยากทำ เมื่อวันพุธที่แล้ว SVB ขายหลักทรัพย์ที่ซื้อมาในข้อ 2 มูลค่า $21B โดยขาดทุน $1.8B…ซื้อราคายอดดอย ขายราคาก้นเหว ไม่ขาดทุนได้ไง เลยพยายามแปะรูรั่วด้วยการออกหุ้นมูลค่า $2.25B เพื่อช่วยลดความสูญเสีย

7 ตรงนี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากตกใจ และทำให้ bank run เกิดขึ้น ต่างคนต่างรีบถอนเงิน ไม่มีใครอยากเป็นคนสุดท้าย

8 เป็นผลให้หน่วยงานของรัฐแคลิฟฟอร์เนียร์ปิดธนาคารเมื่อเช้าวันศุกร์ที่แล้ว และเงินฝากของลูกค้าที่เหลืออยู่ $91B ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ FDIC ทันที (Federal Deposit Insurance Corp. หน่วยงานประกันเงินฝากของรัฐบาลกลาง)

~ ~ ~

คำถามต่อไปที่ชัดเจนคือ “สิ่งนี้จะนำไปสู่การแพร่ระบาดของระบบธนาคารในสหรัฐทั้งหมดหรือไม่?”

ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญระดับท๊อปส่วนใหญ่กล่าวว่าคงไม่เกิดขึ้น เพราะสถานการณ์ที่ SVB นั้นจัดว่า unique ธนาคารใหญ่ๆดูแลการเงินของตัวเองดีกว่านี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับธนาคารอื่นๆ ที่คล้ายกับ SVB ในด้านโครงสร้างเงินทุนและสถานการณ์

การล่มสลายของธนาคารทั้งสามแห่ง จึงส่งผลให้ธนาคารอื่น ๆ ต้องดำเนินการตัดความสัมพันธ์กับ Crypto และบริษัท Crypto ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม Clem Chambers นักเขียนระดับอาวุโสจากนิตยสารด้านเงินระดับโลกอย่าง Forbes ออกมากล่าวอธิบายในบทความส่วนตัวเมื่อวันที่ 14 มีนาคมว่า การล่มสลายของ Silvergate Bank, SVB และ Signature Bank ไม่ได้เกิดจาก Crypto หรืออุตสาหกรรม Crypto แต่อย่างใด

Clem Chambers กล่าวว่า SVB ล่มสลายลงจากการที่สหรัฐฯ บีบให้ธนาคารต่าง ๆ ซื้อตราสารหนี้ในฐานะเงินกองทุนขั้นที่ 1 ก่อนจะทำให้มูลค่าสินทรัพย์เหล่านั้นลดลงด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สร้างผลเสียให้แก่ธนาคารที่จำเป็นต้องใช้สินทรัพย์เหล่านี้ในการจัดการกับสภาพคล่อง

นอกจากนี้ การที่หน่วยงานทางกฎหมายบังคับให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ มุ่งความสนใจไปที่ภาคธนาคาร และสร้างพอร์ตของลูกค้าด้วยการใช้แบบจำลอง AML, KYC และโมเดลความเสี่ยง ยังถือเป็นการส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคารโดยตรง

จากเหตุการณ์ทั้งสองอย่างนี้ นำไปสู่การล่มสลายของธนาคารในสหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเงินบำนาญสหราชอาณาจักรฯ ที่เกือบทำลายทั้งอุตสาหกรรมลงเมื่อเดือนกันยายน

Clem Chambers ยังกล่าวด้วยว่า สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่รัฐบาลจะต้องทำงานหนักเพื่อเร่งออกกฎหมายใหม่เพื่อทำให้วิกฤตเงินกลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย

เขาจึงมองว่า เหตุการณ์การล่มสลายของธนาคารทั้งสามแห่งในครั้งนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Crypto ที่ถูกมองว่าเป็น “ปีศาจ” แต่อย่างใด ทั้งยังมองว่า Crypto เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินระยะสั้นของสหรัฐฯ กว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งหากล่มสลายขึ้นมา เงินก้อนนี้อาจทำให้สหรัฐฯ จำต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีก ด้วยเหตุผลนี้ Crypto จึงส่งผลดีต่อรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่าส่งผลเสีย

และถึงวิกฤตนี้จะร้ายแรง แต่เขากลับมองว่า การล่มสลายของธนาคารสหรัฐฯ ในครั้งนี้จะไม่ซ้ำรอยวิกฤตเศรษฐกิจปี 1929 หรือ 2008 แต่อย่างใด

 

ข้อมูลจาก : https://www.forbes.com/sites/digital-assets/2023/03/14/crypto-didnt-create-this-crisis/?sh=6f2342dc3796

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์ ZFX

รีวิวโบรกเกอร์ Eightcap

รีวิวโบรกเกอร์ Global GT

รีวิวโบรกเกอร์ XM

Cashback Forex รับเงินคืนอัตโนมัติทุกวันสูงสุด 80% จ่ายเงินคืนเข้าบัญชี Exness โดยตรง

 

logo

Website : www.bestbroker168.com
Facebook.com: bestbroker168
Instagram.com: bestbroker168
Line ID : @bestbroker168