globalgt exness

เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐ 22/2/65

เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐ 22/2/65

เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐ 22/2/65 : ปูตินได้รับอำนาจในการใช้กองทัพทหารปฏิบัติการนอกประเทศจากวุฒิสมาชิกรัสเซียแล้ว  กลับมากดดันตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

มีรายงานออกมาว่า
ทางวุฒิสมาชิกรัสเซียได้ลงมติเห็นชอบให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย มีอำนาจในการใช้กองทัพทหารรัสเซียปฏิบัติการนอกประเทศรัสเซียอย่างเต็มที่แล้ว ยกระดับให้ความตึงเครียดในชายแดนยูเครนสูงขึ้น
ข่าวนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาถูกกดดันอีกครั้ง หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐดีดเป็นบวกได้ไม่นาน ตอนนี้กลับมาติดลบราวๆ -1% ทั้งแผง ไม่ว่าจะเป็นดัชนี Dow Jones, S&P500 หรือ Nasdaq ก็ตาม

เหล่ามหาอำนาจตะวันตกขู่จะดำเนินการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงต่อรัสเซีย เพื่อพยายามยับยั้งไม่ให้รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน

ระวังราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 เหรียญเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ! ถ้าทางรัสเซียถูกคว่ำบาตรอย่างรุนแรง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดเฉียด 99 เหรียญต่อบาร์เรลแล้วหลังสหรัฐเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียในวันนี้
🛢 วันนี้ราคาน้ำมันดิบดีดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเกือบ +5% และไปแตะระดับสูงสุดที่
WTI = 96.0 เหรียญต่อบาร์เรล
Brent = 99.5 เหรียญต่อบาร์เรล
หากราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ก็จะถือเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีเลยทีเดียว (นับตั้งแต่ปี 2014)
🛢 สาเหตุที่ราคาน้ำมันดิบกระฉูดขึ้นมาก็เพราะว่า
ตลาดน้ำมันกำลังกังวลว่าทางสหรัฐและยุโรปกำลังเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก (ที่ 11.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ทำให้นักลงทุนกังวลว่าหากอุปทานน้ำมันจากรัสเซียไม่ไหลออกมาในตลาด จะทำให้ตลาดน้ำมันดิบที่มีความตึงตัวอยู่แล้วตึงตัวมากขึ้นไปอีก !
JP Morgan ธนาคารยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งปรับขึ้นคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ FED เป็น 9 ครั้งติดต่อกัน เริ่มปรับมุมมองอีกครั้ง ! กลายเป็นว่าความไม่สงบในชายแดนยูเครนอาจทำให้ FED ไม่เร่งการขึ้นดอกเบี้ยได้ และถึงขั้นอาจต้องกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ !
📌 ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงผันผวนหนักในคืนนี้ !
ดัชนี Dow Jones Futures เริ่มต้นวันที่ -600 จุด ก่อนที่จะดีดกลับขึ้นไปเป็นบวก แต่ล่าสุดก็กลับมา -300 จุดอีกครั้ง แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดผันผวนหนักก็คือความไม่สงบในชายแดนยูเครนหลังปูตินได้สั่งให้กองกำลังรัสเซียเคลื่อนพลเข้ายูเครนแล้ว
 ข่าวนี้อาจจะไม่ใช่ข่าวที่ลบอย่างเดียวเสมอไปสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ
เนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ทาง JP Morgan ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐได้ออกรายงานมาปรับมุมมองว่า
“Russia/Ukraine crisis could force a reassessment of the Fed tightening path resulting in central banks turning less hawkish, while policymakers may consider additional fiscal stimulus”
หรือแปลได้ว่า “วิกฤตรัสเซียกับยูเครนอาจบังคับให้ FED มีการประเมินเรื่องแนวทางในการขึ้นดอกเบี้ยใหม่ โดยทางธนคารกลางอาจต้องหันมาชะลอการขึ้นดอกเบี้ยลง หรือแม้กระทั่งถึงขั้นอาจต้องกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบด้วย”
ถือเป็นมุมมองที่ช่วยดันตลาดหุ้นสหรัฐให้กลับมาเป็นบวกได้ในคืนนี้ และกลุ่มหุ้น Growth หลายตัวก็ได้รับแรงดันจากการที่เงินไหลหนีเข้าไปที่พันธบัตรสหรัฐ จนทำให้ Bond Yield ร่วงลงมาเหลือเพียง 1.94% แล้ว
เหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐ 22/2/65