27.3 C
Thailand
วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 23, 2024
- Advertisement -spot_img

ตลาดจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง

ตลาดจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง

 ตลาดจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

เมื่อคืน ณ เวลา 21.38 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 3.998% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.181%

นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟด สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดอาจอยู่ในจุดที่สามารถยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวัฏจักรปัจจุบันแล้ว หลังมีความคืบหน้าในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ และมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ

“หากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างความตื่นตระหนกในช่วงระหว่างนี้จนถึงกลางเดือนก.ย. ผมก็เชื่อว่าเราอาจมาถึงจุดที่เราสามารถใช้ความอดทน และคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ปล่อยให้นโยบายการเงินทำงานด้วยตัวมันเอง” นายฮาร์เกอร์กล่าว

อย่างไรก็ดี นายฮาร์เกอร์ระบุว่า เฟดยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้

ขณะเดียวกัน นายฮาร์เกอร์แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เผชิญภาวะถดถอย โดยจะชะลอตัวเพียงเล็กน้อย หลังจากมีการขยายตัว 2.0% และ 2.4% ในไตรมาส 1 และ 2 ตามลำดับ ขณะที่เงินเฟ้อจะค่อยๆกลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% และการว่างงานจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

นอกจากนี้ ตลาดจับตาตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในสัปดาห์นี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนก.ค.ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ส.ค.

ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.0% ในเดือนมิ.ย.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมิ.ย.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 4.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 4.8% ในเดือนมิ.ย.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมิ.ย.

สาระเพิ่มเติม

Bond Yield ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ‘อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร’ ซึ่งผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปของ ‘ดอกเบี้ย’ จากการถือพันธบัตรนั้นๆ ดังนั้นแล้วการเคลื่อนไหวของ Bond Yield จึงมักจะ ‘สวนทาง’ กับราคาของพันธบัตรเสมอ

กล่าวคือหาก Bond Yield ปรับตัวลดลง จะหมายความว่าราคาพันธบัตรนั้นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะราคาพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่ได้รับ ผลตอบแทนจึงถือว่าลดลง

ในทางตรงกันข้าม หาก Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะหมายความว่าราคาพันธบัตรนั้นๆ ปรับตัวลดลง ทำให้ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตรเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่ได้รับปรับเพิ่มขึ้นนั่นเอง

โดย Bond Yield ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจและคอยติดตามดูการเคลื่อนไหวคือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุ่นอายุ 10 ปี

แล้ว Bond Yield เกี่ยวพันอย่างไรกับตลาดหุ้น 

เมื่อ Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความกังวลของนักลงทุนที่ห่วงว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรุนแรง

สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น หากอัตราดอกเบี้ยค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นเพราะเศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ดี กรณีนี้ถือว่าเป็นข่าวบวก แต่เมื่อไรที่อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แทนที่จะสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี ในทางตรงกันข้ามจะเป็นตัวบั่นทอนการขยายตัวของกำไรบริษัทต่างๆ เพราะต้นทุนในการกู้ยืมเพื่อทำธุรกิจจะสูงขึ้น

นอกจากนี้ในสายตาของนักลงทุน เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนตราสารหนี้สูงขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นหากการลงทุนหุ้นยังให้ผลตอบแทนโดยรวมไม่ต่างจากเดิม แต่การลงทุนตราสารหนี้กลับมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จึงทำให้เสน่ห์หรือความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นลดลงไปด้วยนั่นเอง

 

ขอบคุณที่มากจาก:RTY9

อ่าน: รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์ ZFX

รีวิวโบรกเกอร์ Eightcap

รีวิวโบรกเกอร์ XM

Cashback Forex รับเงินคืนอัตโนมัติทุกวันสูงสุด 50% จ่ายเงินคืนเข้าบัญชี Exness โดยตรง

- Advertisement -spot_img
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Advertisement -spot_img
spot_img
spot_img
บทความล่าสุด