globalgt exness

3 มหาเศรษฐีที่เคยต่อต้านสกุลเงินดิจิทัล แต่กลับเปลี่ยนใจหันมาลงทุนใน Bitcoin

3 มหาเศรษฐีที่เคยต่อต้านสกุลเงินดิจิทัล แต่กลับเปลี่ยนใจหันมาลงทุนใน Bitcoin

3 มหาเศรษฐีที่เคยต่อต้านสกุลเงินดิจิทัล แต่กลับเปลี่ยนใจหันมาลงทุนใน Bitcoin

1.Thomas Peterffy
มหาเศรษฐีชาวฮังการีกล่าวว่า เราควรจะแบ่งพอร์ตประมาณ 2%–3% มาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะมูลค่าของเงิน Fiat นั้นกำลังร่วงหล่นราวกับ”ตกนรก”
บริษัท Interactive Brokers Group Inc. ของ Peterffy ได้ประกาศในช่วงกลางปี ​​2020 ว่าจะเสนอการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลให้กับลูกค้าตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์รูปแบบใหม่นี้
และในปัจจุบัน บริษัทได้ให้บริการ Bitcoin, Ethereum, Litecoin และ Bitcoin Cash โดยจะขยายการให้บริการอีก 5-10 เหรียญภายในเดือนมกราคม 2022 นี้
Peterffy ผู้ซึ่งถือครองสกุลเงินดิจิทัลอยู่จำนวนหนึ่งได้กล่าวว่า สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นสามารถทำกำไรในระดับ”ไม่ธรรมดา” แม้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลบางชนิดนั้นอาจจะมีมูลค่าลดลงจนกลายเป็นศูนย์
Peterffy ได้กล่าวว่า “ฉันคิดว่ามันสามารถลดลงไปจนเหลือศูนย์และฉันก็คิดว่ามันสามารถพุ่งขึ้นไปถึงล้านเหรียญได้เช่นเดียวกัน”

2.Ray Dalio
ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates และเป็นมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งซึ่งเปิดเผยว่าเขาก็ถือ Bitcoin และ Ether อยู่บ้าง การเปิดเผยนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่เขาตั้งคำถามว่า สกุลเงินดิจิทัลจะสามารถเป็นสิ่งที่เก็บมูลค่า(Store of Value)ได้หรือไม่?
ในปัจจุบัน Dalio ก็ได้เปลี่ยนจุดยืนดังกล่าวและมองว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลนั้นเป็นทางเลือกที่ “น่าสนใจ” ในโลกที่ “เงิน Fiat กำลังจะกลายเป็นขยะ” ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่กัดเซาะกำลังซื้อและมูลค่าของมันอยู่ตลอดเวลา
ในปลายเดือนธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา Dalio ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเขารู้สึกประทับใจที่สกุลเงินดิจิทัลสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีการยอมรับที่เพิ่มมากขึ้น และได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การที่นักลงทุนส่วนใหญ่คิดว่าการลงทุนในเงินสดนั้นปลอดภัยที่สุด แต่ฉันกลับคิดว่าการทำแบบนั้นมันเป็นการลงทุนที่แย่ที่สุด”

3.Paul Tudor Jones 3 มหาเศรษฐีที่เคยต่อต้านสกุลเงินดิจิทัล 
ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชั้นนำของโลกก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้เข้าซื้อ Bitcoin เมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่า “การเข้าซื้อครั้งนี้นั้นเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่เพิ่มมากขึ้น”
⁉️การพิมพ์เงินจำนวนมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งซบเซาจากโรคระบาดที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายทางเศรษฐกิจไปทั่วโลกนั้นทำให้เกิดเงินเฟ้อซึ่งเป็นผลกระทบที่ตามมาและอาจจะคงอยู่ไปอีกหลายทศวรรษ ในสหรัฐอเมริกา อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 6.8% และเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบสี่ทศวรรษ อัตราท่ีเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนสินค้ารายวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มา : ทันโลกกับ Trader KP

สมัคร Exness

โบรกเกอร์ Exness

bestbroker168

Website : www.bestbroker168.com
Facebook.com: bestbroker168
Instagram.com: bestbroker168
Line ID : @bestbroker168