globalgt exness

แบงก์ชาติเล็งออกกฎหมาย “ห้ามใช้คริปโตซื้อสินค้า”

แบงก์ชาติเล็งออกกฎหมาย "ห้ามใช้คริปโตซื้อสินค้า"
แบงก์ชาติเล็งออกกฎหมาย “ห้ามใช้คริปโตซื้อสินค้า” : หวั่นกระทบเสถียรภาพการเงิน ระบุมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการชำระเงิน และเสถียรภาพระบบการเงิน หากมีการใช้อย่างแพร่หลาย ขณะที่หลายประเทศออกแนวทางการกำกับดูแล
.
24 ม.ค. 65 แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการคริปโตเคอเรนซีให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว “SPOTLIGHT” ว่า คาดว่าภายในเดือน ม.ค. หรือต้นเดือน ก.พ. ปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการออกคำสั่งหรือออกกฎหมายบางประเภท โดยห้ามการใช้คริปโตเคอเรนซีในการใช้ชำระค่าซื้อสินค้าชั่วคราวออกมา ทั้งนี้เพื่อจะศึกษาหาแนวทางการกำกับควบคุมการใช้งานของคริปโตเคอเรนซีที่ชัดเจนต่อไป
.
เนื่องจากปัจจุบัน กำลังเริ่มเป็นกระแสที่นิยมในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีศูนย์การค้า รวมถึงมีร้านค้าจำนวนมากทยอยเข้ามารับสกุลเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้น และผู้ซื้อสินค้าก็เริ่มทยอยให้ความสนใจใช้คริปโตเคอเรนซีมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ ธปท. มีความกังวลว่า การใช้คริปโตเคอเรนซีในการใช้ชำระค่าซื้อสินค้าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อต่อเสถียรภาพของระบบชำระเงิน และระบบการเงินของประเทศให้มีปัญหา เพราะปัจจุบันสกุลเงินดิจิทัลยังไม่มีกฎหมายรองรับให้สามารถใช้ชำระค่าสินหรือชำระหนี้ได้
.
“เดิมทีแบงก์ชาติน่าจะประกาศกฎหมาย ให้หยุดใช้คริปโคเคอเรนซีไปก่อนตั้งแต่กลางเดือน ม.ค.นี้ที่ผ่านมา แต่เข้าใจว่าจะมีขั้นตอนด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าทำงานร่วมเพื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ทำให้เกิดความล่าช้า” แหล่งข่าว กล่าว
.
ก่อนหน้านี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มีข้อสั่งการก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ไปศึกษาข้อมูลการซื้อขายตลาดคริปโทเคอเรนซี่ รวมถึงเตรียมมาตรการดูแลป้องกันความเสียหาย และผลกระทบที่อาจจะมีต่อคนจำนวนมาก
.
นายพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประเทศส่วนใหญ่รวมถึงประเทศไทยเห็นว่า การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ ยังมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการชำระเงิน และเสถียรภาพระบบการเงิน หากมีการใช้อย่างแพร่หลาย
.
ซึ่งเรื่องนี้ในแต่ละประเทศจะมีแนวทางการกำกับดูแลที่แตกต่างกันไป เช่น การห้ามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการ, การกำกับดูแลผู้ให้บริการ และการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภท และการจำกัดปริมาณการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น
.
สำหรับแนวทางของต่างประเทศ ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ชำระค่าสินค้าและบริการนั้น ในปัจจุบันสามารถแบ่งกลุ่มการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคารกลางแต่ละประเทศ ได้ 3 กลุ่มหลัก คือ
.
1. ประเทศที่ยอมรับและอนุญาตให้มีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระค่าสินค้าและบริการ เช่น เอลซัลวาดอร์
.
2. ประเทศ/เขตพื้นที่ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณานโยบายและหลักเกณฑ์การกำกับดูแล หากจะมีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระค่าสินค้าและบริการ แต่ไม่ห้ามเรื่องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่สุด และไทยเองก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน เช่น
.
-อินเดีย อยู่ระหว่างเสนอกฎหมายเพื่อห้ามการใช้คริปโทเคอเรนซี เป็นสื่อการชำระเงิน (Means of Payment)
.
-มาเลเซีย มองว่าคริปโทเคอเรนซี ไม่มีคุณสมบัติที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการชำระเงินได้
.
-ฮ่องกง อยู่ระหว่างพิจารณานโยบาย และติดตามท่าทีของต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
.
-สิงคโปร์ กำกับเหรียญที่เข้าข่าย e-money, ออกไกด์ไลน์จำกัดการโฆษณา โดยห้ามโฆษณาเทรดคริปโทฯ ในพื้นที่สาธารณะ และจุดที่โฆษณาได้จะต้องแจ้งความเสี่ยงไว้ชัดเจน
.
-อังกฤษ สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น และจะมีการแยกประเภทของเหรียญในการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแล
.
3. ประเทศที่ไม่ยอมรับและไม่อนุญาตให้มีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระค่าสินค้าและบริการ เช่น
-จีน ที่เห็นว่าคริปโทเคอร์เรนซี และการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
.
-อินโดนีเซีย ห้ามใช้คริปโทเคอร์เรนซีในการชำระค่าสินค้าและบริการ และสภาศาสนาอิสลาม ห้ามใช้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นสกุลเงิน
.
“ธนาคารกลางทุกประเทศมีการคุยกันอย่างต่อเนื่อง เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ มีความผันผวน และเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีที่มาของมูลค่าชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ธนาคารกลางทุกประเทศค่อนข้างห่วง เพราะกลัวว่าจะมาลดทอนเสถียรภาพของการเงิน…ในมุมมองของไทยแล้ว เราไม่ได้ต่างจากประเทศอื่นส่วนใหญ่ที่คิดเหมือนกัน” นายพงศ์ธวัช กล่าว
.
ในส่วนของ ธปท.นั้น ไม่สนับสนุนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบชำระเงิน เสถียรภาพระบบการเงิน และความเสียหายแก่สาธารณะ แต่อย่างไรก็ดี ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น เพื่อออกเกณฑ์กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในเร็วๆ นี้
.
“มุมมองของ ธปท.ที่ไม่สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการนั้น ไม่ได้ต่างจากธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เพียงแต่เกณฑ์ของแต่ละประเทศมีบริบทต่างกัน ประเทศที่ตอนนี้ยังไม่ออกกฎเกณฑ์ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ออก การออกกฎเกณฑ์มีหลายดีกรี แต่เราคงไม่ปิดทุกทาง เรื่องที่เกี่ยวกับนวัตกรรมเราสนับสนุน และให้ความสำคัญ” นายพงศ์ธวัช กล่าว
.
ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนบางราย มีการออกเหรียญคริปโทฯ ไปแล้ว ก็อาจจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ที่กำลังจะออกมาในเร็วๆ นี้ และคงต้องมีช่วงเวลาเพื่อให้ปรับตัว
.
ส่วนกรณีของธนาคารพาณิชย์นั้น ธปท.ได้เคยมีหนังสือเวียนถึงแนวทางปฏิบัติไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่าการจะลงทุนหรือเข้าไปเก็งกำไรในคริปโทฯ ไม่สามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นการนำเงินฝากของประชาชนไปเสี่ยง แต่หากเป็นการนำไปลงทุนในส่วนที่เกี่ยวกับการต่อยอดหรือพัฒนานวัตกรรมก็สามารถทำได้ รวมทั้งมีเพดานสำหรับการลงทุนในธุรกิจที่เป็นฟินเทคไว้แล้ว
.
แบงก์ชาติเล็งออกกฎหมาย “ห้ามใช้คริปโตซื้อสินค้า”