เทรนด์ ‘บจ.ไทย​’ เข้าร่วมตลาดคริปโตเพิ่ม นักวิเคราะห์มองเป็นกระแสระยะสั้น ระบุมูลค่าเชิงพื้นฐานยังไม่เพิ่ม พร้อมแนะระวังความผันผวนของราคา

เทรนด์ ‘บจ.ไทย​’ เข้าร่วมตลาดคริปโตเพิ่ม

เทรนด์ ‘บจ.ไทย​’ เข้าร่วมตลาดคริปโตเพิ่ม นักวิเคราะห์มองเป็นกระแสระยะสั้น ระบุมูลค่าเชิงพื้นฐานยังไม่เพิ่ม พร้อมแนะระวังความผันผวนของราคา

ตลอดทั้งปี 2564 บริษัทจดทะเบียนไทยมากกว่า 20 บริษัทประกาศรุกตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการขุดเหมืองไปจนถึงปลายน้ำคือการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยคริปโต โดยความเข้มข้นของการเข้าไปมีส่วนร่วมก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจดั้งเดิมว่าจะนำคริปโตไปต่อยอดได้มากน้อยเพียงใด

และล่าสุดวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดดีลใหญ่เขย่าตลาดคริปโตไทย เมื่อ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF แจ้งว่า บริษัท กัลฟ์ อินโนวา จำกัด (บริษัทย่อยของ GULF) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับกลุ่ม Binance เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย

โดย GULF เล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในประเทศไทย จากการที่เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ และจะมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น

เมื่อมองกลับมาที่ราคาหุ้น พบว่ามีการปรับตัวรับข่าวที่ต่างกันไป เช่น หุ้น JTS ที่ประกาศเข้าทำธุรกิจขุด Bitcoin เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ราคาหุ้นได้ปรับเพิ่มขึ้นรับความคาดหวังเชิงบวกไปกว่า 252.47% (21 กรกฎาคม 2564 – 21 มกราคม 2565) เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าจะสร้าง Turning Point ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ราคาหุ้น GULF ที่ประกาศดีลเขย่าวงการคริปโตไทยนั้น ราคาหุ้นกลับปรับลดลงหลังจากประกาศดีล จากระดับ 52.50 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 50 บาทในวันที่ 21 มกราคม 2565

เอเซีย พลัส ระบุเป็นกระแสเก็งกำไร
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า การเข้าไปเกี่ยวข้องกับคริปโตนั้นยังไม่สร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงปัจจัยพื้นฐานให้กับ บจ. แต่อย่างใด ในระยะสั้นนี้เป็นเพียงสตอรีที่ทำให้หุ้นนั้นๆ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้น

“สตอรีของการไปเกี่ยวข้องในคริปโต ทั้งการทำเหมืองขุด การรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยคริปโต หรือการลงทุนในคริปโต ก็เหมือนกับสตอรีของการทำธุรกิจกัญชง-กัญชาเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งก็มีทั้งบริษัทที่ทำให้จริงและสามารถต่อยอดธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มสำเร็จและไม่สำเร็จ กระแสนี้ก็เช่นเดียวกัน ต้องมองในระยะยาวมากๆ” เทิดศักดิ์กล่าว

ขณะเดียวกันประเมินว่ากระแสการลงทุนหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับคริปโตของ บจ.ไทย จะมีเพิ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจากหลายบริษัทมองเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของบริษัทเอง แต่รูปแบบและสัดส่วนการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับธุรกิจดั้งเดิมของแต่ละบริษัทว่ามีส่วนที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ด้วยคริปโตมากน้อยแค่ไหน

และสำหรับนักลงทุนที่เข้าใจตลาดคริปโตและรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้ ก็สามารถหาจังหวะเข้าลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับคริปโตได้ แต่ควรทำความเข้าใจปัจจัยพื้นฐานของหุ้นนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

หยวนต้าเชื่อปีนี้ บจ. เอี่ยวสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่ม
ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2564 ได้เห็น บจ. เข้าไปเกี่ยวข้องในคริปโตค่อนข้างมาก ทั้งการทำเหมือง การรับชำระค่าสินค้าและบริการ การออก Coin และการให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขาย สำหรับปีนี้ประเมินว่า บจ.ไทย มีแนวโน้มที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคริปโต เพราะมองเป็นโอกาสในการกระจายการลงทุน ขยายห่วงโซ่ทางธุรกิจ อีกทั้งยังเริ่มได้รับการยอมรับจากเอกชนขนาดใหญ่และภาครัฐ สะท้อนจาก

1. สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ไลเซนส์ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ทำให้มีผู้เล่นในตลาดเพิ่มและเกิดการพัฒนาได้ง่ายขึ้น

2. ท่าทีของภาครัฐเรื่องการจัดเก็บภาษีคริปโต สะท้อนถึงการมองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาด

3. ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

4. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้สั่งห้ามหรือแบนคริปโต แม้จะไม่ได้ให้การสนับสนุน

อย่างไรก็ตามแม้จะมองเป็นโอกาสใหม่ๆ สำหรับ บจ. ในการขยายธุรกิจและเพิ่มโอกาสด้านการลงทุน แต่ประเมินว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับคริปโตจะไม่ช่วยให้ผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และไม่ทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่ม

ณัฐพลกล่าวเพิ่มว่า จากกระแสในปี 2564 ทำให้แบ่ง บจ. ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคริปโตได้ 5 กลุ่ม คือกลุ่มที่ทำเหมือง กลุ่มที่ออกเหรียญ กลุ่มที่รับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยคริปโต กลุ่มที่ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขาย และกลุ่มที่ลงทุนในคริปโต

กลุ่ม ‘ขุดเหมือง-ลงทุน’ รับอานิสงส์เร็วสุด
ทั้งนี้หากประเมินระยะสั้นโดยอิงกับความเคลื่อนไหวราคาคริปโตเป็นหลัก จะพบว่ากลุ่มที่จะได้อานิสงส์เชิงบวกเร็วสุดคือกลุ่มที่ลงทุนและกลุ่มที่ทำเหมือง ซึ่งในปีนี้ต้องติดตามการบันทึกกำไร-ขาดทุนจากการลงทุนและการขุดเหรียญว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ขณะที่กลุ่มให้บริการแพลตฟอร์มจะได้อานิสงส์ถัดมา จากการที่มี Transaction เพิ่มขึ้น ทำให้ค่า Fee เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนกลุ่มที่ออกเหรียญยังต้องติดตามในระยะยาว โดยต้องดูว่าเจ้าของเหรียญจะเพิ่มมูลค่าแก่เหรียญอย่างไร” ณัฐพลกล่าว

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของคริปโตคือนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศและสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งปีนี้ในส่วนของนโยบายยังเป็นสิ่งที่ท้าทายตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก ขณะที่ปัจจัยด้านสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจน่าจะกดดันความเคลื่อนไหวราคาคริปโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ Fed ประกาศนโยบายที่ชัดเจนแล้ว

‘ทรีนีตี้’ แนะลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล 5% ของพอร์ต
ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ด้วยกระแสของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งรวมถึงคริปโตที่ตอนนี้เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ของโลก และถือเป็น Asset Class ประเภทหนึ่ง จึงเชื่อว่าปีนี้ บจ.ไทยจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่คาดหวังว่าหุ้นที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคริปโตจะมีราคาปรับเพิ่มขึ้นด้วยนั้น ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน และต้องยอมรับความเสี่ยงและความผัวผวนด้านราคาที่จะเพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน

“สำหรับการเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น แนะนำให้มีสัดส่วนลงทุน 5% ของพอร์ต ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะกับการบริหารความเสี่ยง และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้” ณัฐชาตกล่าว

แหล่งที่มา : thestandardwealth

Exness รีวิว

สมัคร Exness

โบรกเกอร์ Exness

bestbroker168

Website : www.bestbroker168.com
Facebook.com: bestbroker168
Instagram.com: bestbroker168
Line ID : @bestbroker168

ใส่ความเห็น