globalgt exness

Web 3.0 คืออะไร

Web 3.0 คืออะไร

Web 3.0 คืออะไร

Web 3.0 ช่วงนี้ตลาดคริปโตกำลังมีเขียวแบบกระปิดกระปอยให้เพื่อน ๆ ได้ชื่นใจกันบ้างไม่มากก็น้อย หลังจากที่อ่วมมานานน ใครที่พอมีกระสุนเหลืออยู่ให้ช้อนละก็ตอนนี้แหล่ะ คือโอกาส ไม่ช้อนตอนนี้จะให้ช้อนตอนไหน !

.
ซึ่งเอาจริง ๆ มีหลายเหรียญเลยนะที่แอดจับตามอง แต่ถ้าจะให้บอกว่าเทรนด์ไหนน่าสนใจที่สุดในปีนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าหนีไม่พ้นเจ้าเหรียญ Web 3.0 นี้แน่นอนค่ะ
.
ถ้าถามว่า Web 3.0 คืออะไร ก็อาจจะต้องสาวความกันยาวเหยียด ตั้งแต่ Web 1.0 , Web 2.0 เลย แต่ถ้าจะสรุปสั้น ๆ ก็คือ ยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ตนั่นเอง
.
โดยการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาประยุกต์กับระบบการทำงานในปัจจุบัน ทำให้การทำอะไรหลาย ๆ มีความโปร่งใส ลดกระบวนการที่ซับซ้อนและที่สำคัญทุกคนสามารถได้ประโยชน์จากการใช้งานอีกด้วย เนื่องจากเป็นการตัดตัวกลางออกไป
.
ยกตัวอย่างเช่น เหรียญ BAT ที่เค้ามี product ชื่อว่า Brave ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเดียวกับ Google chrome แต่ต่างกันที่เวลามีโฆษณาขึ้นมาให้เราดู เราจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเหรียญ BAT คืนด้วย
.
ไม่เหมือนกับ Google Chorme ที่ไม่ให้อะไรเราเลย มีแต่จะแทรกโฆษณาที่สร้างความรำคาญ แถมบริษัท Google ก็ได้ค่าตอบแทนอยู่ฝ่ายเดียวด้วย

.
เทรนด์มาแรงอย่าง “ Web 3.0 ” กันค่า หรือที่เค้าเรียกกันว่า “ยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ต” นั่นเอง แอดเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินคำนี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะช่วงนี้คนเริ่มพูดถึงกันเยอะมากก แต่ก่อนที่เราจะไปเริ่มทำความรู้จักกับ Web 3.0 กันให้มากขึ้น เราต้องรู้ถึงวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ Web 1.0 และ Web 2.0 กันซะก่อนค่ะ
.
Web 1.0 คืออะไร ?
.
ย้อนกลับไปเมื่อราว ๆ ค.ศ. 1990 หรือ 30 ปี ก่อน มีนักวิศวกรชาวอังกฤษที่ชื่อว่า ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี ผู้ซึ่งเป็นอัจริยะคนแรกของโลกที่ได้คิดขึ้นระบบข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตขึ้นมา และให้กำเนิดคำว่า www. หรือ World Wide Web ที่เรานิยมใช้เสิร์ชชื่อ website กันในปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคแรกของอินเทอร์เน็ตเลยก็ว่าได้ค่า
.
แต่สิ่งที่อินเตอร์เน็ตยุคแรกหรือ Web 1.0 ทำได้ก็คือผู้ใช้งาน(คนทั่วไป)แบบเราจะทำได้แค่ “อ่านข้อมูล” ที่ปรากฎอยู่บนเว็ปไซต์ได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถทำการคอมเม้นต์ สร้างคอนเทนต์ หรือปฎิสัมพันธ์ใด ๆ ลงไปบนเว็ปไซต์ได้ มีเพียงเจ้าของเว็ปเท่านั้นที่สามารถสร้างเนื้อหาและนำเสนอข้อมูลให้กับเรา ซึ่งลักษณะแบบนี้จะถูกเรียกว่า One Way Communication หรือการสื่อสารแบบทางเดียวนั่นเอง
.
Web 2.0 ยุคของสังคมออนไลน์
.
หลังจาก Web 1.0 ผ่านไป ถัดมาอีก 15 ปี หรือราว ๆ ค.ศ. 2005 ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบในการสื่อสารกันมาอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ใช้งานสามารถมีปฎิสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้บนเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการคอมเม้นต์ การสร้างเนื้อหาบทความต่าง ๆ หรือการอัปโหลดข้อมูล รูปภาพและวีดิโอลงไปได้ ก่อให้เกิดรูปแบบการนำเสนอใหม่ที่เรียกว่า Two Way Communication หรือ การสื่อสารแบบสองทางนั่นเอง ซึ่งรูปแบบนี้ก็นิยมใช้จนกลายเป็น Social Media อย่างที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เช่น Facebook , Twitter , Youtube , Instagram เป็นต้น
.
ซึ่งการเกิดขึ้นของสื่อโซเชี่ยลต่าง ๆ นอกจากจะช่วยให้เราสามารถสร้างคอนเท้นต์และแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเสรีแล้วนั้น ยังช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลที่มีอย่างมหาศาลได้อย่างง่ายดายอีกด้วย แต่อะไรที่ได้มาง่าย ๆ ก็มักมากับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีอำนาจในการควบคุมการกระทำของผู้ใช้งานทั้งหมด ทำให้สามารถล้วงข้อมูลส่วนตัว รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราได้ด้วย เช่น รู้ว่าเราชอบกินอะไร, ชอบสีไหน, อยู่ที่ไหนบ่อย ๆ หรือชอบดูอะไรเป็นประจำ
.
ซึ่งการรู้ถึงข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ตัวกลางสามารถนำเอาข้อมูลของเราไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นการขายข้อมูลให้กับบริษัทอื่น, การนำไปหา insight เพื่อสร้างโฆษณา รวมถึงการนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรมต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากเราดูผิวเผินแม้ Web 2.0 จะมีข้อดีมากมาย แต่เบื้องหลังนั้นก็มีข้อเสียอยู่อีกมากเช่นกัน
.
Web 3.0 ยุคที่ทุกอย่างทำงานอยู่บน Blockchain
.
มาสู่ยุคใหม่แห่งโลกอินเทอร์เน็ตกันบ้างกับ Web 3.0 เป็นยุคที่ใช้แนวคิด Decentralized จากการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาประยุกต์กับระบบการทำงานในปัจจุบันค่ะ ซึ่งจะช่วยในเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้และลดกระบวนการที่ซับซ้อนด้วย

ส่งผลให้ข้อมูลของเพื่อน ๆ มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งทุกคนสามารถได้ประโยชน์จากการใช้งานด้วย เนื่องจากมีการตัดตัวกลางออกไป ทำให้อำนาจจะไม่กระจุกอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะถูกกระจายให้กับผู้ใช้งานแพลตฟอร์มนั่น ๆ แทน ถือได้ว่าเป็นยุคอินเทอร์เน็ตเพื่อคนส่วนมากอย่างแท้จริงเลยค่ะ
.
แอดยกตัวอย่างเช่น เหรียญ BAT ที่เค้ามี product ชื่อว่า Brave ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเดียวกับ Google chrome แต่ต่างกันที่เวลามีโฆษณาขึ้นมาให้เราดู เราจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเหรียญ BAT คืนด้วย ไม่เหมือนกับ Google Chorme ที่ไม่ให้อะไรเราเลย มีแต่จะแทรกโฆษณาที่สร้างความรำคาญ แถมบริษัท Google ก็ได้ค่าตอบแทนอยู่ฝ่ายเดียว เป็นต้น

 

สมัคร Exness

โบรกเกอร์ Exness

MT4 คืออะไร

โบรกเกอร์ forex

bestbroker168

Website : www.bestbroker168.com
Facebook.com: bestbroker168
Instagram.com: bestbroker168
Line ID : @bestbroker168